บอกเราได้ไหม คุณกำลังมองหาอะไร?
Tips&Ideas
เผยแพร่เมื่อ 08 มกราคม 2569 • อัพเดทเมื่อ 12 มกราคม 2569
พื้นภายนอกเป็นพื้นที่จะต้องเผชิญทั้งสภาพแวดล้อมที่หลากหลายทั้ง น้ำ ความชื้นและการรับแรงกระแทกจากของหนักหรือรถ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของอุณภูมิในแต่ละวัน ที่กลางวันจะต้องพบเจอกับแดดร้อนจัดของประเทศไทย
พื้นภายนอกพบเจอปัญหาที่หนักหน่วงกว่าพื้นภายในบ้าน ดังนั้นการเลือกกระเบื้องย่อมสำคัญมาก ๆ หลายคนอาจจะคิดว่าการเลือกกระเบื้องปูพื้นภายนอกสามารถใช้แบบเดียวกับพื้นในบ้านได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว การปูพื้นภายนอกด้วยกระเบื้องที่ไม่ได้ออกแบบมาเฉพาะทาง มักนำไปสู่ปัญหาตามมาในระยะยาว ทั้งเรื่องความปลอดภัยและความทนทาน
ดังนั้น หากต้องการให้พื้นภายนอกใช้งานได้ดี สวยนาน และไม่ต้องซ่อมบ่อย การเลือก กระเบื้องภายนอกโดยเฉพาะ จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม
กระเบื้องปูพื้นภายนอกไม่ใช้แค่ปูพื้นเพื่อความสวยงาม แต่พื้นจะต้องรับมือกับหลากหลายปัจจัยพร้อมกัน เช่น
น้ำฝน ความชื้นสะสม และน้ำขัง เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้วัสดุปูพื้นเสื่อมสภาพเร็ว หากกระเบื้องดูดซึมน้ำมากเกินไป จะเกิดการบวม ร้าว หรือหลุดร่อน
พื้นภายนอกต้องเจอแดดจัดในเวลากลางวันของไทย และอุณหภูมิลดลงในเวลากลางคืน วัสดุที่ไม่ทนต่อการขยาย-หดตัว อาจแตกร้าวได้ง่าย
ไม่ว่าจะเป็นการเดินเข้า–ออกบ่อย การเข็นของ เฟอร์นิเจอร์สนาม หรือรถยนต์ในบางพื้นที่ ล้วนสร้างแรงกดทับที่มากกว่าพื้นภายในบ้าน
สิ่งสกปรกจากธรรมชาติเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หากพื้นไม่เหมาะสม จะเกิดตะไคร่ คราบฝังแน่น และทำให้พื้นลื่น
ทั้งหมดนี้คือเหตุผลที่ทำให้เห็นชัดเจนว่า กระเบื้องทั่วไปไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับสภาพแวดล้อมภายนอกโดยตรง
หนึ่งในปัญหาที่พบได้บ่อยที่สุดคือ พื้นลื่นเมื่อโดนน้ำฝนหรือมีความชื้นสะสม สาเหตุหลักมาจากการเลือกใช้กระเบื้องที่มีผิวมันวาว หรือกระเบื้องที่มีค่ากันลื่นต่ำ (ค่า R ต่ำ) ซึ่งไม่ได้ออกแบบมาสำหรับพื้นที่ภายนอก เมื่อพื้นเปียกน้ำ ผิวกระเบื้องจะยิ่งลื่น เพิ่มความเสี่ยงต่อการลื่นล้ม โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุ ดังนั้นกระเบื้องปูพื้นภายนอกควรเลือกแบบ ผิวกันลื่น และมีค่า R ตั้งแต่ R10 ขึ้นไป เพื่อความปลอดภัยในการใช้งานจริง
กระเบื้องที่ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับภายนอกมักมีอัตราการดูดซึมน้ำสูง เมื่อต้องเจอกับฝน ความชื้น หรือน้ำขังเป็นประจำ น้ำจะซึมเข้าสู่เนื้อกระเบื้องและโครงสร้างด้านล่าง เมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนแปลง น้ำที่สะสมอยู่ภายในจะทำให้กระเบื้องเกิดการขยายตัว ส่งผลให้กระเบื้องบวม ร้าว หรือแตกได้ง่าย และอาจลุกลามไปจนถึงการหลุดร่อนของแผ่นกระเบื้องในอนาคต
พื้นภายนอกต้องเผชิญกับแสงแดดโดยตรงตลอดทั้งวัน หากใช้กระเบื้องที่ไม่ทนรังสียูวี สีของกระเบื้องจะซีดจางลงอย่างเห็นได้ชัดในเวลาไม่นาน จากพื้นที่ที่เคยดูใหม่และสวยงาม อาจกลายเป็นพื้นซีด หมอง ดูเก่าเร็วกว่าที่ควร ทำให้ภาพรวมของบ้านดูทรุดโทรม แม้โครงสร้างจะยังใช้งานได้อยู่ก็ตาม
กระเบื้องบางประเภทมีผิวที่กักเก็บความชื้นและคราบสกปรกได้ง่าย เมื่อใช้งานภายนอกจะเกิดตะไคร่และคราบฝังแน่น โดยเฉพาะบริเวณที่โดนน้ำบ่อยหรือแดดส่องไม่ถึง นอกจากจะทำให้พื้นดูสกปรกแล้ว ตะไคร่ยังเพิ่มความลื่นเป็นทวีคูณ ทำให้การเดินใช้งานไม่ปลอดภัย และต้องเสียเวลาในการทำความสะอาดบ่อยขึ้น
หัวใจของการปูพื้นภายนอกให้อยู่ทน คือการเลือกกระเบื้องที่มีคุณสมบัติเหมาะสมโดยเฉพาะ คุณสมบัติเหล่านี้คือสิ่งที่ กระเบื้องภายในบ้านไม่สามารถให้ได้ครบถ้วน นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมพื้นภายนอกควรใช้กระเบื้องเฉพาะทาง ได้แก่
✅ ผิวกันลื่น (R10–R11) ช่วยลดความเสี่ยงในการลื่นล้ม แม้พื้นเปียกฝนหรือมีความชื้น
✅ ดูดซึมน้ำต่ำ ลดปัญหาน้ำซึม บวม หรือการแตกร้าวในระยะยาว
✅ ทนแดด สีไม่ซีดง่าย เหมาะกับพื้นที่กลางแจ้งที่โดนแสงแดดโดยตรง
✅ แข็งแรง รับน้ำหนักได้ดี รองรับการใช้งานหนักได้มากกว่ากระเบื้องภายใน
✅ ทนต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ ไม่แตกร้าวง่ายเมื่ออากาศร้อน–เย็นสลับกัน
การเลือกกระเบื้องให้เหมาะกับลักษณะของแต่ละพื้นที่ภายนอก จะช่วยเพิ่มความปลอดภัย ยืดอายุการใช้งาน และลดปัญหาการซ่อมแซมในระยะยาว
เป็นพื้นที่ใช้งานบ่อย ทั้งการเดินเข้า–ออก นั่งพักผ่อน หรือวางเฟอร์นิเจอร์ภายนอก จึงควรเลือกกระเบื้องที่มี ผิวกันลื่น เพื่อป้องกันการลื่นล้ม โดยเฉพาะช่วงหน้าฝน และต้องมีคุณสมบัติ ทนแดด สีไม่ซีดง่าย เพื่อให้พื้นยังดูสวยงามแม้ใช้งานกลางแจ้งเป็นเวลานาน
ทางเดินรอบบ้านเป็นจุดที่ต้องรองรับการใช้งานต่อเนื่อง และมักมีสิ่งสกปรกจากภายนอก เช่น ดิน ทราย หรือใบไม้ ควรเลือกกระเบื้องที่มี ความแข็งแรง ทนต่อแรงกดทับ และมีผิวที่ ทำความสะอาดง่าย เพื่อลดการสะสมของคราบและตะไคร่
ลานซักล้างเป็นพื้นที่ที่ต้องเจอน้ำบ่อย และอาจสัมผัสกับสารเคมีจากผงซักฟอก น้ำยาทำความสะอาด หรือคราบสกปรกต่าง ๆ จึงควรเลือกกระเบื้องที่ กันน้ำได้ดี ดูดซึมน้ำต่ำ และ ทนต่อสารเคมี เพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพและการเปลี่ยนสีของพื้นในระยะยาว
พื้นโรงจอดรถต้องรองรับน้ำหนักของรถยนต์และแรงกดทับสูงกว่าพื้นภายนอกประเภทอื่น กระเบื้องที่ใช้ควรมี ความแข็งแรงสูง หนา และไม่แตกร้าวง่าย รวมถึงทนต่อคราบน้ำมันหรือสารเคมีจากรถยนต์ เพื่อให้พื้นใช้งานได้อย่างมั่นคงและปลอดภัย
พื้นที่เหล่านี้มีความเสี่ยงต่อการเปียกน้ำอยู่ตลอดเวลา จึงต้องเน้นเรื่อง ผิวกันลื่นเป็นพิเศษ เพื่อความปลอดภัยในการเดินใช้งาน ควรเลือกกระเบื้องที่ไม่ลื่นแม้เปียกน้ำ และทนต่อความชื้นสูง เพื่อลดการเกิดตะไคร่และการลื่นล้ม
พื้นภายนอกบ้านไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่คือพื้นที่ใช้งานจริงที่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและความทนทานเป็นหลัก การเลือกใช้ กระเบื้องเฉพาะสำหรับภายนอก ช่วยลดปัญหาจุกจิกในอนาคต ทำให้พื้นใช้งานได้ยาวนาน ดูแลรักษาง่าย และคุ้มค่าในระยะยาว หากเลือกให้เหมาะตั้งแต่ต้น ก็ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาหรือค่าใช้จ่ายกับการซ่อมแซมซ้ำ ๆ ในภายหลัง
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่
THAI SOUNG WRITER
เชี่ยวชาญเรื่องกระเบื้องปูพื้นและบุผนังมามากกว่า 22 ปี เราพร้อมมุ่งมั่นมอบความรู้และเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับกระเบื้องทุกประเภท เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจและสามารถเลือกใช้กระเบื้องที่เหมาะสมกับความต้องการของคุณด้วยมาตรฐานและคุณภาพสูงสุด
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเรื่องกระเบื้อง ฟรี!
แนะนำครบทุกเรื่อง ตั้งแต่ดีไซน์จนถึงการใช้งาน ที่ตรงกับความต้องการของคุณ ติดต่อ ไทย สุง
ส่งข้อความสำเร็จ
กรุณารอการตอบกลับ